Categories
ข่าว

จำฝังใจ! ซิลแวสต์ร กับไดร์เป่าผมที่เลวร้ายที่สุด

หนึ่งในสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ก็คือการด่าที่รุนแรงไม่ว่าจะเป็นลูกทีมของตัวเอง, คนของฝั่งคู่แข่ง หรือทีมกรรมการ จนทำให้เกิดเป็นชื่อ “แฮร์ดรายเออร์” ที่แปลว่า “ไดร์เป่าผม”

มิกกาแอล ซิลแวสต์ร คือหนึ่งในคนที่เป็นเหยื่อของไดร์เป่าผมอันลือลั่นของ เฟอร์กูสัน ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ย้อนความหลังว่าไดร์เป่าผมที่เลวร้ายที่สุดที่ตนเคยได้รับนั้น คือตอนที่ตนเฝ้าแนวรับให้กับทีมได้อย่างย่ำแย่จนส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้เพียงเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-3 เมื่อวันที่ 25 กันยายน ปี 1999

แน่นอน เมื่อพูดถึงเกมดังกล่าวนั้น สิ่งที่หลายคนมักจะนึกถึงเป็นอันดับแรกก็คือการเล่นอันผิดพลาดของ มัสซิโม่ ตาอิบี้ ผู้รักษาประตูชาวอิตาเลียนที่ปล่อยให้ลูกยิงไกลของ แม็ทธิว เลอ ทิสซิเยร์ เข้าประตูไปดื้อๆ โดยถึงแม้หลังจากนั้น ตาอิบี้ จะได้ลงเฝ้าเสาอีก 1 นัด ในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ เชลซี 0-5 แต่ความผิดพลาดในเกมกับ “นักบุญ” มันติดตาหลายคนมากกว่า

อดีตแข้งชาวฝรั่งเศสเผยว่า “อันที่แย่ที่สุดที่ผมเคยเจอก็คือตอนที่ผมโดนมันครั้งแรกเลยนี่แหละ เพราะตอนนั้นผมไม่รู้มาก่อนว่ามันมีอะไรแบบนี้ด้วย! ตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่าเจ้านายเป็นคนอารมณ์ร้อนมากขนาดนั้น วันนั้นเราเจอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน มันเป็นการลงเล่นในบ้านนัดที่สองของผม ผมหุบเข้ากลางแล้วตัดบอลได้ แต่แล้วก็เสียบอลไปจนอีกฝ่ายทำประตูได้ สุดท้ายวันนั้นผลจบลงที่การเสมอกัน และผมก็โดนไดร์เป่าผมทันทีที่กลับเข้าห้องแต่งตัวเลย”

“ตอนนั้นภาษาอังกฤษของผมยังไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่ผมจำได้ว่าเจ้านายพูดกับผมประมาณว่า ถ้าผมทำพลาดแบบนั้นอีกล่ะก็ เขาจะส่งผมกลับไปที่ ฝรั่งเศส และผมจะต้องอยู่ที่นั่นไปเลย! ผมไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป เพราะผมทำพลาดจริงๆ ผมยอมรับมันแต่โดยดีและนั่งนิ่งๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะตอนนั้นมันส่งผลกับอีโก้ของผมอย่างมาก”

“ในอาชีพทั่วไปน่ะคุณจะไม่ยอมทนรับพฤติกรรมแบบนี้จากเจ้านายของคุณและจะไปฟ้องฝ่ายบุคคล แต่ในวงการฟุตบอลนั้นนี่คือสิ่งที่คุณจะได้จากคนเป็นโค้ชเป็นธรรมดา ที่คุณทำได้มีเพียงการยอมรับ หรือไม่ก็แสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจสิ่งที่โค้ชสื่อออกมา และไม่ทำพลาดแบบเดิมเพื่อที่จะได้พัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผมทำ เพราะผมอยากรักษาตำแหน่งตัวจริงของตัวเองให้ได้”

“ในฐานะกองหลังแล้วนั้น สิ่งสำคัญคือคุณต้องเรียนรู้ความผิดพลาดของตัวเอง คนเป็นกองหน้าน่ะจะมีโอกาสอื่นในการทำประตูอยู่เสมอ ในทางกลับกัน ถ้าเกิดคุณเป็นกองหลังแล้วทำพลาด คุณก็จะโดนลงโทษทันที ซึ่งผมก็ทำให้มั่นใจว่าตัวเองจะแก้ไขมันได้อย่างรวดเร็วหลังจากนั้น”

SAGame66

ทั้งนี้ ซิลแวสต์ร เป็นหนึ่งในนักเตะเพียงไม่กี่คนที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับทั้ง เฟอร์กูสัน และ อาร์แซน เวนเกอร์ เพราะเขาเคยย้ายไปอยู่กับ อาร์เซน่อล อยู่ช่วงหนึ่ง แต่เจ้าตัวก็เปิดเผยว่าชอบสไตล์ของ เฟอร์กูสัน ที่ตำหนิลูกทีมแบบรุนแรงอย่างตรงไปตรงมามากกว่า

“พวกเขาต่างกันคนละขั้ว อาร์แซน ไม่ใช่คนที่ชอบแสดงท่าทางในทันที เขาจะใช้เวลาในการวิเคราะห์เกมแล้วค่อยมาสอบถามรายละเอียดหลังจากจบเกมไปแล้ว 1 วัน แต่สำหรับนักเตะที่นั่งในห้องแต่งตัวแล้วนั้น ผมคิดว่ามันเป็นการดีกว่าที่จะได้รู้ในทันทีว่าอะไรที่มันเป็นเรื่องดีและอะไรเป็นจังหวะที่ผิดพลาด

ถ้าไม่ทำอย่างนั้นแล้วน่ะนักเตะในทีมก็จะโทษกันเองนั่นแหละ เพราะไม่มีใครอยากเป็นคนรับผิด ดังนั้นเมื่อผู้จัดการทีมตำหนิใครในทันทีเลยนั้น มันก็จะถือเป็นการจบประเด็นยไปเลย และไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกันมากกว่านั้น”

ซิลแวสต์ร ยืนยันด้วยว่าแนวทางการซ้อมของ เฟอร์กูสัน กับ เวนเกอร์ นั้น ต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็ไม่ขอตอบว่าของใครดีกว่า “ในแง่ของการเป็นโค้ชโดยรวมนั้น อาร์แซน มีแนวทางแบบกุนซือระดับทวีปมากกว่า จากการที่เขาลงมาคุมทีมซ้อมในสนามเองทุกวัน ส่วน เซอร์ อเล็กซ์ ใช้รูปแบบที่ต่างออกไป เพราะถึงแม้เขาจะเป็นผู้จัดการทีมแต่เขาก็มีทีมสตาฟฟ์ที่คอยดูแลการซ้อมต่างๆ นั่นถือเป็น 2 จุดที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างทั้งคู่”

=============================

ข่าวกีฬา a-1homeinspections.net

เว็บพนันออนไลน์ SAGame66 บริการด้วยทีมงานมืออาชีพ

===== ========================